News

4 ลักษณะเด่นพิเศษ Crystal Madai (ปลามาได) ความประกาย ปลามงคลที่เปรียบเสมือนคริสตัลเม็ดงาม

4 ลักษณะเด่นพิเศษ Crystal Madai (ปลามาได) ความประกาย ปลามงคลที่เปรียบเสมือนคริสตัลเม็ดงาม

    Crystal Madai ที่มาของจุดเล็กๆ ลักษณะเด่นพิเศษ ของปลามงคลยอดนิยม ที่คนญี่ปุ่นนิยมทานในงานเฉลิมฉลองต่างๆ ที่ส่องแสงความเปร่งประกายแวววาว จากภายนอกลำตัว สู่เนื้อปลาด้านในที่มีความขาวใสสว่าง ซึ่งเปรียบได้กับ Crystal เม็ดงาม จนถูกนำมาตั้ง ใช้เป็นชื่อเฉพาะตัว.....      Crystal Madai ชื่อนี้จะมีความพิเศษ ลักษณะเด่น ที่เปร่งประกายเปรียบเสมือนคริสตัลเม็ดงามได้อย่างไร มาดูและมาอ่านกันค่ะ   “Crystal Madai เกล็ดหลังแดงมันวาว ตัดจุดประกายคริสตัลน้ำเงิน”      ปลามงคลญี่ปุ่น ลักษณะพิเศษจากตัวปลาที่ทำให้เกิดความเปร่งประกาย ของส่วนหลังและข้างลำตัว ที่มีเกล็ดสีแดงเข้มอมส้มแวววาว และมีจุดตัดประกายคล้ายคริสตัลสีน้ำเงิน ซึ่งสีเหล่านี้เกิดจากสารแอสตาแซนธิน ที่มีอยู่ในตัวหอย กุ้ง ปู และลูกปลา ที่เป็นอาหารหลัก เมื่อเกล็ดปลากระทบกับน้ำทะเลสีคราม และแสงที่สาดส่องลงตัวปลา จึงเกิดเป็นประกายคล้ายคริสตัล   “Crystal Madai  ท้องขาว Silver สะท้อนแสงระยิบยับ”   ความพิเศษของส่วนหน้าท้องมีสีขาว Silver ตั้งแต่ค้าง จรดปลายหาง สะท้อนแสงระยิบระยับ สวยงามโดดเด่น เหมือนแสงไฟสีขาว Crystal ที่ประดับอยู่ในงานพิเศษ และเป็นจุดสังเกตของปลาวัยหนุ่มสาว ท้องต้องมีลักษณะขาวใสสะอาด ถูกเลี้ยงดูมาอย่างพิถีพิถัน เกรดดีพิเศษ คัดสรรตามฉบับคนญี่ปุ่นนำมาเสิร์ฟในงานเฉลิมฉลองต่างๆ   “Crystal Madai วุ้นตาดำกลมใส ตัดขอบประกายไฟแวววาว ”   ปลาสดให้ดูที่ตา นั้นคือสิ่งหนึ่งที่จะดูเป็นอันดับแรก แต่นอกจากดวงตาที่จะบอกได้ถึงความสดแล้ว วุ้นตาดำกลมใส ต้องคล้ายเม็ดลูกแก้ว Crystal ด้วย บริเวณขอบตาดำต้องมีแสงเหมือนประกายไฟแวววาว เหนือตาต้องมีส่วนสีน้ำเงินม่วงที่สวยงาม ราวกับว่าเขียนอายแชโดว์มาออกงาน   “Crystal Madai เนื้อขาวสว่าง ละเอียดใส นุ่มลึกเลอค่า ระดับ 10”   ความประกายจากภายนอก สู่ชั้นภายในใต้ผิวหนังก็จะพบกับเนื้อปลาที่มีความขาวสว่าง ละเอียดใส คล้าย Crystal ที่ถูกคัดสรรมาจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เพียงแค่มองก็สัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่มละมุ่น อูมามิ...

Read more →


ข้าวหน้าปลาไหลทะเล อร่อยง่ายใน 30 วินาที

ข้าวหน้าปลาไหลทะเล อร่อยง่ายใน 30 วินาที

..... อาหารจักรพรรดิ “อะนาโกะ” ข้าวหน้าปลาไหลทะเล เนื้อนุ่มหวานแบบธรรมชาติ  ทำทานเองได้ บอกเลยว่าทั้งอร่อยและง่าย ทานได้แบบเต็มปาก เต็มคำ คุ้มๆ มาทำตามกันได้เลยค่ะ ส่วนประกอบ   - “อะนาโกะ” ปลาไหลทะเล 2 ตัว   - ข้าวญี่ปุ่น หรือข้าวหอมมะลิไทย หุงสุก   - ซอสหวานสำเร็จรูป (หาซื้อได้ตามห้างทั่วไปเลยค่ะ) วิธีทำ “อะนาโกะ” ข้าวหน้าปลาไหลทะเล ง่ายๆ นำ “อะนาโกะ” อุ่นในไมโครเวฟ ใช้เวลาเพียง 30 วินาที ถ้าเป็นแบบแช่แข็ง ควรนำมาละลายก่อนนะค่ะ ระหว่างรอ ตักข้าวใส่ถ้วย ขนาด 150 กรัม เพิ่มลดได้ตามความชอบ นำมาโป๊ะบนข้าว ราดซอสหวานสำเร็จรูป เพิ่มความหอม เสิร์ฟพร้อมทาน อร่อยได้แบบง่ายๆ หิวๆ อย่ารอช้า สั่ง “อะนาโกะ” ไปทำทานที่บ้านได้ง่ายๆ กันเถอะ Anago “อะนาโกะ” 1 แพ็ค ขนาด 250 กรัม  จำนวน 4 ตัว ราคาแพ็คละ 750 บาท กิโลกรัมละ 3,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมTel : +66 62 880 5399📲 สั่งออนไลน์ได้ที่ Line : @NobleMono

Read more →


6 ความแตกต่าง ที่ไม่เหมือนกัน ของ 2 สายพันธุ์วัวขนดำ

Akita beef

6 ความแตกต่าง ที่ไม่เหมือนกัน ของ 2 สายพันธุ์วัวขนดำ

     ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเนื้อตัวยง หรือ พึ่งเริ่มเข้าสู่วงการเนื้อระดับ Premium เคยได้ยิน หรือเคยได้สัมผัสรสชาติ ของเนื้อวัวสายพันธุ์ขนดำ Kuroge Wagyu (Japan) และ Angus (Scotland)  2 สายพันธุ์นี้ บ้างหรือยัง....      วันนี้เราจะมาล้วงลึกเปิดประวัติของเนื้อวัวขนดำ ระหว่าง 2 สายพันธุ์ Kuroge Wagyu และ Angus ว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะนี่อาจจะบอกได้ว่า คุณชอบทานเนื้อสายไหน...   -* ถิ่นกำเนิด ญี่ปุ่น & สกอตแลนด์ *-       ถิ่นกำเนิดของวัวเนื้อ 2 สายพันธุ์ขนดำ Kuroge Wagyu และสายพันธุ์ Angus 2 สายพันธุ์นี้ มีถิ่นกำเนิดต่างกัน แบบข้ามทวีปเลยค่ะ      สายพันธุ์ Kuroge Wagyu นั้น มีต้นกำเนิดอยู่ทางประเทศญี่ปุ่น ดินแดนอาทิตย์อุทัย ฝั่งเอเชีย ที่มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย และมีเนื้อโดดเด่นหลายชนิด เช่น เนื้อโกเบ เนื้อมัตซึซากะ และเนื้ออาคิตะ ที่ส่วนใหญ่จะตั้งชื่อเรียกตามจังหวัดที่เลี้ยง โดยเลี้ยงและทานกันมาตั้งแต่สมัยยุคเมจิ เมื่อราวๆ ปี 1968 จนถึงปัจจุบันถูกยกย่องให้เป็นสุดยอดสายพันธุ์อันดับ 1 ของเนื้อวากิว และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้      ส่วนสายพันธุ์ Angus วัวเนื้อถิ่นกำเนิดจากฝั่งยุโรป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ Scotland เดิมทีมีชื่อเรียกว่าอเบอร์ดีน แองกัส เป็นวัวที่มีประวัติอันยาวนาน  ถูกพัฒนาสายพันธุ์ มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ต่อมามีการเลี้ยงแบบแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง และส่วนใหญ่เรียกวัว เบอร์ดีน แองกัส ว่า “แองกัส” เท่านั้น   -* แตกต่างด้วยสายพันธุ์...

Read more →


Akita Beef ความพิเศษของเนื้อเศรษฐี หมื่นล้าน

Akita beef

Akita Beef ความพิเศษของเนื้อเศรษฐี หมื่นล้าน

ความพิเศษของเนื้อ Akita Wagyu “ที่คนญี่ปุ่น ต้องตามมาทานที่ประเทศไทย”          เมื่อประเทศต้นกำเนิดเนื้อวากิว ยังไม่สามารถหาทานเนื้อวากิวที่ดีที่สุดในโลกได้ แต่กับต้องตามมาทานเนื้อวากิว ที่ถูกส่งมายังประเทศไทยเพราะอะไร... ก็เพราะว่าเนื้ออาคิตะ ที่เลี้ยงในจังหวัดAkita ประเทศญี่ปุ่น มีเพียง 1% ของเนื้อวัวในประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษของเนื้อเศรษฐี หมื่นล้าน อาคิตะ วากิว  จะเป็นอย่างไร ทำไมคนญี่ปุ่นถึงตามมาทานในประเทศไทย ตามมาดูกันค่ะ - สภาพแวดล้อม ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ -      Akita 1 จังหวัด ที่อยู่เกือบเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษจากธรรมชาติที่ทำให้เนื้อวัววากิว จากเมือง Akita มีความอร่อยที่ไม่ธรรมดา นั้นคือ สภาพแวดล้อมที่เพรียบพร้อมไปด้วยบ่อน้ำแร่ ทะเลสาบที่สามารถตักน้ำขึ้นมาดื่มได้ แหล่งน้ำคุณภาพดีที่มีความชุ่มชื่น วิวทิวทัศน์ และอากาศที่บริสุทธิ์ เป็นที่ยอมรับในเรื่องของแหล่งปลูกข้าวชั้นดี ทำให้วัวที่เลี้ยงในจังหวัดAkita ได้สัมผัสบรรยากาศที่ดีในธรรมชาติมากกว่าอยู่ในฟาร์ม จึงทำให้มีสุขภาพดี อารมณ์ดี ด้วยสภาพแวดล้อมที่จังหวัดอื่นๆ ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ - ดูแลตลอด 365 วัน ด้วยอาหารสุดพิเศษ ที่ทำให้วัวแข็งแรง -      เนื้อวัวที่ดีจากจังหวัด Akita ที่มีคุณภาพสูง จะถูกเลี้ยงอย่างพิถีพิถัน ดูแลเป็นพิเศษตลอด 365 วัน เปรียบเสมือนเป็นเด็กอ่อน จะไม่กระตุ้นให้วัวอยากอาหารด้วยการดื่มเบียร์ แต่จะเลี้ยงดูเอาใจใส่ด้วยอาหารสุดพิเศษจากน้ำแร่ธรรมชาติ และยอดอ่อนข้าวสายพันธุ์ Akita ที่ปลูกขึ้นภายในจังหวัดเท่านั้น ที่ทำให้วัวแข็งแรง และจะปล่อยให้วัวได้สัมผัสกับธรรมชาติอันสมบูรณ์ของจังหวัด Akita ที่จะทำให้วัวไม่เครียด และไม่ต้องนวด เหมือนวัวที่อื่นๆ ความพิเศษจากธรรมชาติของจังหวัด Akita จึงทำให้เนื้อวัวที่ได้นั้นมี ลายหินออ่อน เนื้อนุ่มและมีไขมันแทรกเยอะ - พ่อพันธุ์ที่ดีสุด ในญี่ปุ่น รองชนะเลิศการประกวดวากิวโอลิมปิก 2012 -      เนื้อวัววากิวที่ดีต้องมีใบการันตีคุณภาพ แต่เนื้อวัววากิวจากจังหวัด Akita ประเทศญี่ปุ่นมีทั้งใบการันตีคุณภาพ และรองชนะเลิศการประกวดวากิวโอลิมปิก การันตีคุณภาพดีที่สุด ในปี 2012...

Read more →


BLUEFIN TUNA - STORY

BLUEFIN TUNA - STORY

Bluefin Tuna Story       คงจะได้ยินและคุ้นกันดีกับ ปลาBluefin Tuna หรือ Hon Maguro ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกนิยมใช้ ปลายอดฮิตของนักทานปลาดิบ ปลาBluefin Tuna ปลาอะไรทำไมคนถึงชอบทาน และมีราคาแพง      ปลาBluefin Tuna เป็นหนึ่งในพันธุ์ปลาซึ่งเป็นที่นิยมทานในประเทศญี่ปุ่นและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก อาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึกระดับ ตั้งแต่ 50 เมตร ถึง 2,743 เมตร ตามมหาสมุทรต่างๆ ทั่วโลก มีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครตรงที่สีของเนื้อปลา Bluefin Tuna จะมีสีแดงเข้มที่ส่วนเนื้อตรงกลางลำตัว และสีชมพูที่ส่วนท้อง ซึ่งแตกต่างจากปลาYellowfin Tuna ที่สีของเนื้อปลานั้นจะอ่อนกว่าอย่างเห็นได้ชัด และรสชาติก็ต่างกันมาก      ซึ่งหากจะสังเกตกันง่ายๆ ตามร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไปทานกันอยู่นั้นเค้าใช้ปลาอะไร อันดับแรกเลย ดูที่ชื่อเมนูก่อน หากเป็นร้านที่นำปลา Bluefin Tuna มาใช้จริงๆ จะใช้ชื่อเต็มว่า Hon Maguro หรือ เป็นชื่อของปลา Bluefin Tuna ไปเลย ส่วนใหญ่แล้วจะหาทานได้ตามร้านอาหารญี่ปุ่นในระดับสูง  หากร้านไหนใช้ชื่อคำนำหน้าของเมนูว่า Maguro หรือ Tuna ก็แสดงว่าร้านนั้นใช้ ปลา Yellowfin Tuna นั้นเอง      ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ปลาทู่นาที่นิยมทานกันแบบดิบนั้น จะมี 2 สายพันธ์หลักๆ คือ Bluefin Tuna (ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน) และYellowfin Tuna (ปลาทูน่าครีบเหลือง) ความแตกต่างระหว่าง 2 สายพันธุ์นี้ คือ      Bluefin Tuna นั้น นับว่าเป็นสายพันธุ์ปลาทูน่าที่ดีที่สุด มีมูลค่ามาก ส่วนใหญ่หาทานได้ตามร้านอาหารญี่ปุ่นระดับสูง รูปร่างลักษณะของปลาสังเกตได้จากขนาด พบได้ตั้งแต่ 80 กิโลกรัม ไปจนถึง 400 กิโลกรัม ลำตัวมีสีน้ำเงินเข้ม และช่วงท้องเป็นสีเงิน พร้อมกับมีเส้นเป็นเงาสะท้อนที่ใต้ท้องบริเวณหาง อาศัยอยู่ในทะเลเขตหนาวถึงหนาวจัด...

Read more →